September 26
พรุ่งนี้
"ทำไมคนสมัยนี้มันรีบกันจังวะ รีบไปหมดทุกเรื่องเลยนะ ว่าไม๊"
เมื่อมีปุจฉาเช่นทำนองนี้ ฉันมักจะวิสัชนาว่า
"ก็คนเขาคงคิดว่า เผื่อถ้าชีวิตนี้จะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้วละมั้ง"
"แล้วถ้ามันไม่มีวันพรุ่งนี้จริงๆ แกจะทำอะไร?"
ฉันอึ้งคิดไปอึดใจหนึ่งแล้วตอบว่า "......ก็คงไม่ทำอะไรหรอก"
หรือถ้าจะมีทำ ก็อาจจะมีไม่กี่อย่าง แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออก
เพราะคิดว่าตัวเองก็พอใจกับสิ่งที่ตัวเองทำๆ อยู่ในวันนี้
สำหรับโลก
ถ้าคนเรารู้ว่าพรุ่งนี้จะไม่มีวันมาถึงจริงๆ โลกก็คงโกลาหล
เราคงได้เห็นความเห็นแก่ตนของมนุษย์หล่นเกลื่อนกลาด.. พอๆ กับความโอบเอื้อแก่กันงอกงามอย่างดาษดื่น
คงไม่มีคนติดตามเร่งรัดหนี้สิน เพราะทวงเงินได้มาก็คงไม่สามารถใช้จ่ายค่าทางด่วนไปขึ้นสวรรค์ หรือยัดใต้โต๊ะยมฑูต
และคงมีการกระทำอื่นๆ อีก เท่าที่มนุษย์จะสรรหามาอยากทำได้ในวันสุดท้ายของชีวิต
เรื่องสำคัญ เพื่อให้นอนตายตาหลับ
คนส่วนมากคงคนดิ้นรนหาทางบอกรักกันให้วุ่น.. ในขณะที่คนอีกส่วนพยายามตามแก้แค้นกันส่งท้ายชาติภพ
ประเด็นนี้ ทำให้ฉันนึกถึงหนังสองเรื่องคือ
Love actually ในฉากเปิดที่พูดถึงเหตุการณ์ 9/11
และ United 93 ในฉากที่ผู้โดยสารบนเครื่องบินโทรศัพท์ลงมาหาครอบครัว
สำหรับฉัน ถ้ารู้ว่าพรุ่งนี้จะไม่มาถึง
การจะต้องวิ่งวุ่นไปบอกรักคน คงไม่มี
แต่เรื่องแก้แค้น.... คงต้องไปเอาคืนให้หนัก ในข้อหาที่เธอทำให้ฉันรักเธอก่อนนั่นล่ะมั้ง
ฮิ้ววววววววววววววววว